newfrontier-music
menu

สีสันดนตรียุค2000
โดย อาจารย์กฤช มะลิวงศ์

.........มนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัยมีความคิดแตกต่างกันออกไป สังคม สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดดนตรีแนวใหม่ๆอยู่เสมอ ยิ่งปัจจุบัน สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานทางการศึกษา ทำให้ศิลปินรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย รูปลักษณ์ของดนตรีมีการนำเสนอที่ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่เราเรียกว่า Progressive Music ลักษณะของดนตรีประเภทนี้บางครั้งก็มีโครงสร้างที่ซับซ้อนยากแก่ความเข้าใจ คนฟังก็มีเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากสังคมปัจจุบันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่กับเทคโนโลยี ดนตรีประเภทนี้จึงมีวิวัฒนาการตามไปเป็นแนวต่างๆไปพร้อมๆกับคนฟัง ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนแฟชั่นในปัจจุบัน ที่พยายามนำสิ่งแปลกใหม่มาเสนอให้คนยอมรับ และเมื่อมีสิ่งใหม่เข้ามาอีก ของเก่าก็ดูเชยล้าสมัยไปเสียแล้ว ดนตรีก็เช่นกันแหละครับ มีการทดลองสิ่งแปลกๆใหม่ๆ ดนตรีประเภทนี้เรียกว่า Experiment Music และยังแยกเป็นแนวต่างๆอีกมากมาย เช่น นิวเอจ (Newage) เป็นการผสมผสานดนตรีคลาสสิกที่บรรยายธรรมชาติ โดยปรับปรุงให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากเครื่องคีย์บอร์ดสมัยใหม่มีเสียงแทนเครื่องสายและเครื่องเป่าในวง ออร์เคสตราได้อย่างใกล้เคียง จึงไม่จำเป็นต้องใช้คนเล่นมากมายเหมือนแต่ก่อนเป็นจุดเริ่มต้นนิวเอจเป็นต้น มา เช่นวงที่เคยมาเปิดการแสดงในประเทศไทยที่เรารู้จักคือ ญานี และ KITARO เป็นต้น บางครั้งก็มีการผสมผสานดนตรี Classic เข้ามาทำให้ร่วมสมัย ใช้บรรเลงร่วมกับบัลเล่ท์ หรือประกอบการแสดงโทนเสียงลักษณะลึกลับ(Mysteriously) เรียกว่า อะวองท์-การ์ด(A Vant-Garde) เช่น บรูซแกสตัน หรือกลุ่มภาคีวัดอรุณ นำโดย ดนู ฮันตระกูล หรือบางครั้งมีการผสมผสานศิลปะต่างแขนงเข้าด้วยกัน (Performance Art) เช่น นำไปบรรเลงกับการเขียนภาพหรือการแสดง ก็จะเรียกว่า มินิมอลิสท์ (Minimalist) แต่ที่นิยมสูงสุดในปัจจุบันนี้ก็คือ Electronic Music ชื่อก็บอกถึงความทันสมัยอยู่แล้ว เครื่องดนตรีที่นิยม เราเรียกว่า ซินธิไซเซอร์ คือคีย์บอร์ดชนิดหนึ่ง ปรับเสียงได้มากมาย ในปัจจุบันเป็นระบบ Digital เล่นกับเครื่อง Sampling ที่สามารถบันทึกเสียงเครื่องดนตรีจริงเอาไว้โดยใช้คีย์บอร์ดเล่นเสียงที่ ต้องการออกมา เสียงที่เล่นออกมาจะเหมือนจริงเป็นธรรมชาติโดยไม่ผิดเพี้ยน สามารถใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานหรือบันทึกเสียง รองลงมาคือกลองไฟฟ้า (Drummachine) ดนตรีประเภทนี้นิยมมากในกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะดนตรี Pop, Pop Dance บางครั้งก็เรียกว่า Techno Dance นอกจากนี้ Electronic Music ยังมีความสำคัญในธุรกิจภาพยนต์ และภาพยนต์โฆษณา เพราะจะต้องใช้ Sound Effect คือเสียงประกอบโดยไม่จำเป็นต้องใช้นักดนตรีเลย เช่น ฉากน่ากลัวในแม่นากพระโขนง หรือเสียงฟ้าผ่าโฆษณาแบตเตอรี่ในโทรทัศน์เป็นต้น

.........ดนตรีในยุค 2000 กลายเป็นแฟชั่นวัยรุ่นไปเสียแล้ว ศิลปินเกิดใหม่มากมาย เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปมีบทบาทจนธุรกิจยอมรับ เปิดทางให้ดนตรีประเภทนี้เข้าไปกำหนดทิศทางของศิลปินเพื่อสร้างกระแสความ นิยมจนบางครั้งศิลปินไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นเหมือนตุ๊กตาที่โปรดิวเซอร์กำหนดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแฟชั่นสาย เดี่ยวหรือทรงผมหลากสี จนกระทั่งลีลาการเต้น และการร้อง เยาวชนก็จะเลียนแบบตามเป็นแฟชั่น ซึ่งศิลปินก็ยอมทำตามเพื่อความดังและชื่อเสียงที่ตามมา จนบางคนกล่าวว่าเป็นดนตรีไร้ฝีมือ เริ่มจากนักดนตรีก็ใช้คอมพิวเตอร์เล่น เสียงดนตรีก็เป็นเสียงสังเคราะห์ การร้องก็ใช้ Effect และเครื่องจูนเสียงช่วย จริงๆแล้วก็ถูกต้อง แต่การที่จะคิดสร้างสรรค์บทเพลงควบคู่กับเงื่อนไขทางการตลาดด้วยไม่ใช่ทำกัน ง่ายๆนะครับ ถ้าทำกันง่ายๆ ค่ายเพลงก็รวยกันเป็นแถวๆซิครับ แต่ปัจจุบันเจ๊งกันเป็นแถว เหลืออยู่ไม่กี่ค่ายแล้วตอนนี้ ซึ่งบางครั้งก็น่าสงสารศิลปินที่มีอุดมการณ์สร้างสรรค์งานคุณภาพ ไม่สามารถนำผลงานคุณภาพสู่สาธารณะชนได้ เนื่องจากเยาวชนรุ่นใหม่ถูกปิดกั้นและถูกชี้นำชักจูงให้ดู และฟังแนวเพลงล้ำสมัยแบบตะวันตกโดยสื่อที่ทันสมัย เช่น เคเบิลทีวี อินเตอร์เน็ต จนลืมนึกถึงขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ จริงๆแล้วมันก็คือการพัฒนาของโลกดนตรีที่ไม่หยุดอยู่กับที่ มันจะไปในแนวทางที่คนฟังชอบและยอมรับเท่านั้น

.........ดนตรีจะไปในแนวไหนก็ตาม ถ้าเยาวชนมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ รู้จักคุณค่าของดนตรี เลือกคิดเลือกฟังในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ยอมรับมันก็จะสูญหายไปโดยปริยาย ดนตรีไม่มีพิษมีภัย มีแต่ให้ประโยชน์ แต่การที่เยาวชนจะมีจิตสำนึกเช่นนั้นก็คือการเรียนดนตรีอย่างถูกต้อง รู้จริงถึงคุณค่าของดนตรีและผลที่จะได้รับ

 

 


New Frontier Music Academy ห้องเลขที่ 249-250 ชั้น 2 อาคาร จตุรัสจามจุรี 315 ถนน พญาไท แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทรศัพท์ 02-160-5249 - 50