newfrontier-music
menu

อยากให้เด็กฉลาดในวันนี้ มาเริ่มเรียนดนตรีกันเถอะ
โดย อาจารย์สดับพิณ รัตนเรือง

ดนตรีเป็นศาสตร์และศิลป์ที่รังสรรค์ขึ้นโดยมนุษย์ เพื่อสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจ และจิตวิญญาณอันล้ำลึก เฟลิกซ์ เมนเดลโซห์น (Felix Mandelssohn) นักประพันธ์เพลงเอกชาวเยอรมันเคยกล่าวเอาไว้ว่า "เมื่อมนุษย์สิ้นแล้วซึ่งคำพูด พวกเขาจึงเริ่มต้นร้องเพลง" คำกล่าวนี้คงไม่เกินเลยเมื่อเรานึกถึงว่าเสียงเพลงต่างๆเคยกระทบใจและความ รู้สึกของเราอย่างไร

นอกเหนือจากดนตรีจะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ดังกล่าวมาแล้ว ระบบการศึกษาสมัยใหม่ยังได้ค้นพบคุณวิเศษของดนตรีในฐานะเป็นสื่ออันทรง ประสิทธิภาพในการพัฒนามนุษย์ทั้งนี้เพราะดนตรีของมนุษยชาติได้พัฒนามาจนเป็น ภาษาที่มีระบบระเบียบ และตรรกในตัวเองเฉกเช่นภาษาและระบบความคิดอื่นๆของมนุษย์ แต่ในกระบวนการของการเรียนนั้น ภาษาดนตรีมีเสน่ห์และติดต่อได้ง่ายกว่าเพราะภาษาดนตรีมี "เสียง" ไพเราะอันเป็นสื่อ ให้มิติ "ความงาม" ซึ่งเป็นอาหารใจและจิตวิญญาณไปพร้อมกับการเป็นอาหารสมอง

หากผู้เรียนได้รับการสอนให้เข้าถึงภาษาดนตรีอย่างถูกวิธีแล้ว สิ่งมหัศจรรย์มากมายหลายประการจะบังเกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ พัฒนาการของการใช้เหตุผล การมีระบบความคิดความสามารถในการจำ และพลังสมาธิ

นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และอริโซน่า ได้นำเด็กก่อนวัยเรียน 4 กลุ่มมาทดลองเพื่อหาความแตกต่างกระหว่างการเรียนดนตรี และการฝึกคอมพิวเตอร์ โดยให้เด็กกลุ่มที่ 1 เรียนเปียโนวันละ 12-15 นาที เด็กกลุ่มที่ 2 ให้เรียนร้องเพลงสัปดาห์ละ 5 วัน วันละครึ่งชั่วโมง กลุ่มที่ 3 ให้เรียนคอมพิวเตอร์ และกลุ่มที่ 4 ไม่ได้ให้เรียนอะไรเป็นพิเศษ หลังจาก 6 เดือนผ่านไป นักวิจัยพบว่า เด็กที่เรียนเปียโนสามารถต่อตัวปริศนาเป็นรูปที่ต้องการได้เหนือเด็กกลุ่ม อื่น ซึ่งผลนี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กที่เรียนเปียโนได้พัฒนาเรื่องระบบความคิด และมีทักษะในการหาเหตุผลเหนือเด็กกลุ่มอื่น

ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ และการใช้เหตุผลดังกล่าวนี้เป็นกุญแจสำคัญของการเข้าใจเกี่ยวกับระบบสัดส่วน ระบบเลขาคณิต กฏการคำนวณต่างๆ รวมทั้งความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์

ทางด้านการพัฒนาพลังสมาธินั้น ดนตรีก็เข้ามามีบทบาทช่วยได้มาก ทั้งนี้เพราะความไพเราะน่าอภิรมย์ของเสียงดนตรีที่ช่วยตรึงจิตใจของผู้เล่น และผู้ฟังได้ง่ายนั่นเอง

ถ้าผู้เรียนได้เรียนรู้ที่จะซ้อมและบรรเลงดนตรีอย่างเพลิดเพลิน โดยจิตใจทั้งหมดสามารถอิ่มอาบซึมซาบไปกับเสียงดนตรีได้อย่างสมบูรณ์ ภาวะขณะนั้นนับเป็นห้วงเวลาอันมหัศจรรย์ จิตใจจะมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวงการวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเหตุผลรองรับสิ่งที่บังเกิดขึ้นนี้ว่า ในภาวะจิตใจที่ดื่มด่ำเป็นสมาธิกับเสียงดนตรีนั้น คลื่นสมองของคนเราจะเปลี่ยนจากภาวะคลื่นสมองเบต้าที่มีความถี่สูง (ประมาณ 13-40 รอบต่อวินาที) มาเป็นคลื่นสมองอัลฟ่าที่มีความถี่ต่ำกว่า (ประมาณ 8-12 รอบต่อวินาที) แต่ทรงพลังกว่ามาก คลื่นสมองเบต้าเป็นภาวะของสมองในระดับจิตสำนึกปรกติ ซึ่งมักจะวุ่นวายด้วยความคิดที่ส่วนใหญ่ไร้ระเบียบและปรุงแต่งมาก ส่งผลให้คนเราเครียดและอารมณ์เสียง่าย สมาธิสั้น ส่วนคลื่นสมองอัลฟ่าเป็นภาวะของสมองเมื่อจิตเคลื่อนลงสู่ระดับภวังค์จิตอัน เป็นภาวะที่คนเราผ่านคลายเป็นสุข

การนำจิตใจจากภาวะจิตสำนึกปรกติสู่ภวังค์จิตได้เป็นครั้งเป็นคราว เช่น จากการเล่นและฟังดนตรีอย่างดื่มด่ำนี้ มีคุณอนันต์ และหากฝึกทำซ้ำบ่อยๆ เช่น เล่นดนตรีทุกวัน ก็จะทำให้สมองเรียนรู้ที่จะผ่านไปสู่ภาวะที่เกิดคลื่นอัลฟ่าได้ง่ายขึ้นใน สถานการณ์ต่างๆของชีวิต (มิใช่แต่เพียงช่วงขณะที่เล่นหรือซ้อมดนตรีอย่างดื่มด่ำเท่านั้น) ส่งผลให้ผู้นั้นเป็นคนที่มีความสุขง่ายซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา บุคลิกภาพ และพฤติกรรมอันเป็นบวกของมนุษย์ เปิดใจให้กว้างเพื่อให้ดนตรีหลั่งไหลเข้าสู่หัวใจของคุณและลูกหลาน เพื่อเปิดโอกาสให้คุณและพวกเขามีชีวิตอันเต็มเปี่ยมบริบูรณ์

 


New Frontier Music Academy ห้องเลขที่ 249-250 ชั้น 2 อาคาร จตุรัสจามจุรี 315 ถนน พญาไท แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทรศัพท์ 02-160-5249 - 50