newfrontier-music
menu

แวดวงครูดนตรี
การสอนดนตรีในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน
โดย บุปผวรรณ ธีระวรรณวิไล

โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในปีหนึ่งๆมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา และเราผู้บริโภค ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ จนกลายเป็นความเคยชินในชีวิตปัจจุบัน ในบางครั้งถ้าคุณกลับมาคิดถึงเทคโนโลยีที่เกิดใหม่ เช่นโทรศัพท์มือถือ ถ้าเป็นสมัย 50 ปีก่อน คุณจะรู้สึกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทีเดียว ที่โทรศัพท์ไม่มีสายและสามารถนำไปที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพูด แถมยังส่งข้อความได้อีกด้วย และเทคโนโลยีใหม่ในการส่ง e-mail โดยคอมพิวเตอร์อาจทำให้อาชีพของบุรุษไปรษณีย์ อาจต้องตกงานไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และเด็กในรุ่นหลังอีก 30 ปีข้างหน้า อาจไม่รู้จักความหมายของคำว่า บุรุษไปรษณีย์ก็เป็นได้ แม้กระทั่งสังคมดนตรีของเรา ก็ยังได้รับผลจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีต่างๆด้วยเช่นกัน จนในบางครั้งคุณอาจนึกไม่ถึง และเมื่อรู้ตัวอีกที ของบางอย่างก็เลิกใช้ไปแล้ว หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว ลองดูวิวัฒนาการของเครื่องดนตรีก็ได้ เช่นเปียโน เครื่องดนตรีที่มีมาก่อนเปียโนคือ ฮาร์พสิคอร์ดที่เป็นที่นิยมกันมากในศตวรรษที่ 18 แต่พอถึงศตวรรษที่ 19 ก็ค่อยๆเสื่อมความนิยมลง จนเปียโนเข้ามาแทนที่ ในปัจจุบันเปียโนก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมกันอยู่ แต่ก็มีเครื่องดนตรีใหม่ๆที่คนเริ่มนิยมใช้กัน เช่น เครื่อง Synthesizer หรือคีย์บอร์ดไฟฟ้าต่างๆ ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ เพิ่มประสมรรถภาพของเครื่องให้สามารถใช้การได้สารพัดอย่าง อีกทั้งยังผลิตเสียงได้เหมือนและเกือบเหมือนเครื่องดนตรีอื่นๆอีกหลายประเภท โดยใช้เครื่องเดียวเท่านั้น จากการสำรวจของบริษัทญี่ปุ่นที่ผลิตเปียโน มีการทำนายว่า ไม่พ้นศตวรรษที่ 21 นี้ จะมีผู้นิยม และหันมาเล่นเปียโนไฟฟ้า และคีย์บอร์ดไฟฟ้า และใช้เครื่องดนตรีนี้แทนเปียโน ซึ่งเหตุการณ์นั้นอาจเป็นไปได้ เพราะในเกาะญี่ปุ่น ยอดจำหน่ายเปียโนไฟฟ้าพอๆกับยอดจำหน่ายเปียโน และมีแนวโน้มว่า ยอดจำหน่ายของเปียโนจะลดลง

วิวัฒนาการของระบบการแสดงดนตรีก็เปลี่ยนแปลงไป นักดนตรีในอดีต นิยมแสดงดนตรีในโรงมโหรสพ แต่ในปัจจุบัน รูปแบบการแสดงเปลี่ยนไป นักดนตรีอาจเล่นในโรงแรม สวนสาธารณะ ในภัตตาคาร โดยเล่นผ่านไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียง บทบาทความสำคัญของนักดนตรีก็ลดลง นักดนตรีอาจไม่จำเป็นต้องมีฝีมือมากมาย มีบทบาทของ Sound Engineer เข้ามาช่วยให้การแสดงดีขึ้น ถ้ามีผู้กำกับการแสดงที่ดี อาจเพิ่มสีสันให้การแสดงดนตรีดูดีขึ้นอีกโข

ระบบ การบันทึกทางดนตรีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมหาศาล จากการคัดลอกด้วยมือมาเป็นการถ่ายเอกสาร มาเป็นการบันทึกโดยใช้คอมพิวเตอร์ ระบบการบันทึกของเสียงก็เปลี่ยนแปลงไปมากจากการเก็บโดยแผ่นเสียง มาเป็นรูปแบบของเทปและซีดี ในปัจจุบัน สามารถบันทึกดนตรีได้เกือบเหมือนกับบริษัทที่อัดซีดีได้เลย กล่าวกันว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเก็บดนตรีไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย เช่นการเก็บโน้ตไม่ต้องเก็บเป็นหนังสือ แต่เก็บเป็นซีดี การเก็บเสียงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จัดเก็บไม่ต้องเสียพื้นที่มากมาย ทุกอย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่

การเปลี่ยนแปลงในโลกดนตรีของเรา เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายและรวดเร็ว สะท้อนทำให้เราต้องคิดต่อไปว่า แล้วระบบการสอนการถ่ายทอดข้อมูล บทบาทของครูผู้สอนควรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และในระดับใด การถ่ายทอดของเราจะทันสมัยกับเหตุการณ์หรือไม่ ดังนั้น ครูในยุคปัจจุบัน นอกจากจะเป็นผู้ให้ข้อมูล ให้ความรู้แล้ว ยังต้องเตรียม และฝึกฝนให้ลูกศิษย์รู้จักคิดเป็น เลือกใช้ความรู้เป็น เพราะในปัจจุบัน การจะหาข้อมูลความรู้นั้นง่ายและสะดวกสบายกว่าการหาความรู้ในยุคเดิมหลายเท่าตัว ทักษะการวิเคราะห์ก็เป็นทักษะที่จำเป็นที่ต้องฝึกฝนอย่างมาก และสิ่งที่จำเป็นคือ ต้องรู้จักสังเคราะห์ข้อมูล คือการรู้จักนำไปใช้ รู้จักประสมประสานสิ่งเก่าและสิ่งใหม่นำไปใช้ในเหตุการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม

การ สอนเฉพาะการเล่นเครื่องดนตรีให้เล่นให้ได้ยังไม่เพียงพอ การเล่นได้คล่องแคล่วไม่ได้เป็นการแสดงถึงความลึกซึ้ง ความเข้าใจในศิลปะ ความมีศิลปะในการเล่นคือสิ่งที่มองหาลึกไปกว่าการเล่นดนตรีได้ เนื่องจากศิลปะของการเล่นดนตรีมีความหมายที่ลึกซึ้ง เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจ ความซาบซึ้ง จินตนาการของผู้เล่นที่มีให้กับดนตรี การถ่ายทอดความลึกซึ้งในเชิงศิลปะนี้ เครื่องจักรที่ทันสมัยเพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะสอนและถ่ายทอดได้ดีกว่ามนุษย์สอนมนุษย์ด้วยกันเอง

ในโลกของความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การที่เราจะยึดติดกับวิธีการสอนที่ครูเคยถ่ายทอดให้เรามาอย่างไร เราก็ถ่ายทอดไปตามนั้น หรือการสอนดนตรีเพื่อการถอดรหัสภาษาดนตรีอย่างเดียวไม่พอเพียง เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้เรียนมีวิธีการในการหาข้อมูลได้มากมาย และอาจไม่ต้องพึ่งเราในการสอนแกะเพลงแล้ว ดังนั้น วิธีการสอนที่เหมาะสมกับการสอนในยุคปัจจุบันคือ กระบวนการสอนให้นักเรียนรู้จัก รับรู้>รู้สึก>ทำความเข้าใจ>แล้วจึงปฏิบัติผล(ผลของการแสดงออกเป็นการแสดงออกอย่างมีสุนทรีย์ในบุคคลนั้นๆ)

วิธีการสอนที่เหมาะสมกับกระบวนการสอนนี้คือการสอนด้วยวิธีที่ให้ผู้เรียนรู้จักคิดเป็น ในทางปฏิบัติดนตรีมีหลายช่วงของการเรียนที่ผู้สอนสามารถสอดแทรกคำถามให้กับผู้เรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิด การสังเกตในขณะที่ลงมือเล่น เข่น

1. ถามในเรื่องของการได้ยิน เช่น
1. เพลงนี้เล่นแล้วได้ยินอะไรบ้าง
2. รู้สึกอย่างไรในขณะที่ทำนองเพลง หรือจังหวะเพลงเปลี่ยนไป
3. สังเกตตอนเริ่มต้นของช่วงนี้และตอนใกล้จบเพลง ความรู้สึกที่ได้ยินแตกต่างกันไหม
4. ได้ยินทำนองเพลงไหม
5. ค่าจังหวะมันเปลี่ยนไปอย่างไร เร็วขึ้นหรือช้าลง
2. ในแง่ของการสร้างสรรค์
1. เราจะเล่นเพลงนี้ให้ต่างไปจากเดิมในแบบไหนดี
2. ถ้าครูเล่นแนวล่าง นักเรียนลองแต่งแนวบนโดยใช้ทำนองใหม่อะไรก็ได้
3. ลองใช้แบบจังหวะนี้ดู สังเกตดูว่าเพลงเปลี่ยนไปอย่างไร

กระบวนการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิด นอกจากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในนักเรียนแล้ว ผู้สอนเองก็ได้เรียนรู้ด้วย ช่วยไม่ให้เรายึดติดกับวิธีการเดิมๆ อาจค้นพบวิธีการสอนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ และมีความเข้าใจในกระบวนการการคิดอันล้ำลึกของมนุษย์

ถึงแม้เราจะรู้สึกถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันของเรา และมีผลต่อความคิดรูปแบบการดำเนินชีวิตของเรา แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนแปลงได้ช้าก็คือ ตัวเรานั่นเอง Frances Clark กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า "ถึงแม้โลกจะเปลี่ยนไปมากมายเพียงใด มีวิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่สำหรับเธอแล้ว ศิลปะของการสอนยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะความหมายของการสอนของเธอก็คือการแบ่งปันความคิดระหว่างผู้สอนและผู้เรียน กระบวนการนั้นก่อให้เกิดสัมพันธภาพทางด้านจิตใจระหว่างคนทั้งคู่ที่เปลี่ยนแปลงไป ปลุกให้เกิดความตื่นตัวในศักยะภาพของมนุษย์ที่ไม่มีขอบเขต ไร้พรมแดน ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่ศักยภาพของมนุษย์ย่อมเหนือไปกว่าเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง และศิลปะของมนุษย์เรานี่เอง ที่เป็นคนผลักให้เกิดเทคโนโลยีนั้นเอง"

 

 


New Frontier Music Academy ห้องเลขที่ 249-250 ชั้น 2 อาคาร จตุรัสจามจุรี 315 ถนน พญาไท แขวง ปทุมวัน เขต ปทุมวัน กรุงเทพ 10330 โทรศัพท์ 02-160-5249 - 50