ครอบครัวดนตรี
โดย สุภาพร เพ็งจันทรา
ก่อนที่ทุกท่านจะได้อ่านบทความที่เรานำเสนอในจุลสารฉบับนี้ อยากขอแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับคุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง ผู้เขียนบทความซึ่งเป็นบุคคลที่รู้จักกันดีในแวดวงคนอ่านหนังสือ เธอมีบทความลงในนิตยสารแพรวอยู่เนืองๆ และยังเป็นคุณแม่ของน้องๆทั้ง 3 คนที่เรียนดนตรีมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ในโรงเรียนฯ ของเราค่ะ
วิธีที่จะปลูกฝังให้ลูกทั้ง 3 คน รักดนตรี หรือสนใจดนตรีนั้น คงจะเป็นทัศนคติของพ่อกับแม่ที่ต้องแน่วแน่ อยากให้ลูกเล่นดนตรีเป็น มีบ้างที่ลูกจะท้อ หรือเบื่อ เพราะโรงเรียนส่วนมากจะสอนแต่เพลงคลาสสิค เราอาจจะช่วยทำให้ไม่เบื่อด้วยการให้เค้าเปลี่ยนมาเล่นเพลง Pop หรือเราก็จะพยายามเรียนดนตรีไปกับลูกด้วย จะได้รู้ว่าลูกรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องเรียน หรืออย่างการตั้งวงดนตรีเล่นกันในบ้าน เราแบ่งกันเล่นแต่ละเครื่อง น้องหนอนเล่นไวโอลิน น้องณัฐเล่นกีตาร์ น้องนุ่นเล่นเปียโน บางครั้งคุณแม่ก็ร้องเพลงด้วย ให้เพื่อนคุณแม่มาฟัง มาทานข้าวร่วมกัน เปลี่ยนบรรยากาศกันไปบ้าง ลูกจะเรียนไปอย่างช้าๆก็ได้ เพราะเราไม่ได้เร่งรีบอะไร
ดนตรีนั้น ถ้าเราเรียนตามขั้นตอนจะยากมาก แต่หลักใหญ่ๆก็คงต้องเป็นการฝึกซ้อม สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่น้องๆเริ่มเบื่อ ก็อาจจะพาไปดูคอนเสิร์ตต่างๆ ไม่ควรจะบังคับ มีอะไรก็ปรึกษาคุณครู และตัวคุณแม่ก็ควรพูดปัญหาที่เกิดให้ครูฟังด้วย จะได้ช่วยกันแก้ไข คนทุกคนมีงานอดิเรกนอกเหนือจากงานปัจจุบันทั้งนั้นค่ะ การที่เลือกดนตรีให้ลูกเพราะเห็นว่าลูกได้ประโยชน์ อย่างน้องหนอน เวลาไปต่างประเทศก็ได้ใช้ดนตรีในการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เล่นดนตรีร่วมกัน ลูกก็ไม่เครียดด้วย มีเพื่อนมากขึ้น ดนตรีมีส่วนช่วยในการเขียนหนังสือได้เหมือนกัน ในเรื่องความคิดหรือศิลปะจินตนาการ ความเพ้อฝันกว่าจะเขียนจบแต่ละเรื่องหนึ่งต้องฝึกความอดทนเรา เพราะเราเขียนหนังสือหลายเล่ม หลายเรื่อง แบ่งเวลาให้กับการเขียนตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น หลังจากนั้นเป็นเวลาที่จะคอยดูแลลูกๆ และที่บ้านเราจะไม่ดูทีวีกันเลย ถ้าดูละครก็จะติด เราใช้เวลานั้นไปทำอย่างอื่น อย่างซ้อมดนตรี ซ้อมกันทุกวัน ตอนกลางคืนก็มาเล่นร่วมกัน เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์กันในครอบครัว
"ดนตรีทำให้เกิดความเพียร เพราะเราต้องฝึกฝน พอเจออะไรที่เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เราก็จะพยายาม เหมือนเราอ่านโน้ตดนตรีและพยายามเล่น คือเราต้องอดทน เราสามารถนำสิ่งนั้นมาใช้กับชีวิตเราได้"
|